โครงการ 1 ไร่ 1 ล้าน
วันที่เผยแพร่ 25 ก.พ. 2563
โมเดล : น่านกาแฟพรีเมี่ยม “เอธิโอเปียอโรม่า”

น่าน : โรบัสต้า ของใหม่ที่ต้องลอง จังหวัดน่านมีการปลูกกาแฟกันมานานกว่า 30 ปี แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ในพื้นที่ภาคเหนือจะปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิกาเป็นส่วนใหญ่ เราจึงลองนำต้นกล้ากาแฟพันธุ์โรบัสต้าจากชุมพร มาทดลองปลูก ซึ่งได้รสชาติ  จะเบาบางกว่าโรบัสต้าจากทางใต้ กลิ่นหอมและมีรสชาติคล้ายกาแฟเอธิโอเปีย ซึ่งถือเป็นกาแฟที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จึงทำให้กาแฟของเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

มีคนขายกาแฟเต็มไปหมด แต่ไม่เห็นใครขายเม็ดกาแฟ กระแสการดื่มกาแฟของคนไทย ทำให้เราเห็นร้านกาแฟเกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ไม่ค่อยเห็นคนขายเมล็ดกาแฟ เราจึงมองไปที่ต้นน้ำ คือ การผลิตกาแฟป้อนร้านกาแฟ อาศัยที่ประสบการที่คุ้นชินกับกาแฟ        มาแต่เด็ก จึงมองเห็นโอกาสธุรกิจกาแฟและเริ่มลงมือทำ

น่านดูโอ คอฟฟี่ ก่อตั้งเมื่อปี 2557 ผลิตและจำหน่ายกาแฟครบวงจร สร้าง 3 แบรนด์ หวังเจาะตลาดทุกกลุ่ม แบรนด์    “ภูมิใจ๋ คอฟฟี่” เป็นกาแฟออร์แกนิค ในรูปแบบของกาแฟ 3 in 1 เจาะลูกค้ากลุ่มบน ส่วน “ภูคอฟฟี่” และ ‘ดูโอ คอฟฟี่’ เน้นลูกค้าตลาดกลางและตลาดล่าง 

1 ไร่ 1 ล้าน : โจทย์ใหญ่ที่คนตัวเล็กต้องทำ !!! ได้ยินโจทย์นี้ ต้องบอกว่าตกใจมากค่ะ ทำกาแฟหนึ่งไร่ได้เงินล้าน !!! มันไม่น่าจะจริง แต่เมื่อได้พูดคุยหอการค้าไทยแล้ว มันสามารถทำได้จริง เราถึงลงมือทำเลย โดยการพัฒนาแบรนด์เป็น น่านพรีพรีเมี่ยมคอฟฟี่ และถือเป็นโมเดลแรกของโครงการฯ นี้เลย

มีคนบอกว่า “คนขายกาแฟรวย แต่คนผู้ปลูกจน” เป็นคำกล่าวที่ต้องการพิสูจน์ เพราะเราเห็นเกษตรที่เป็นลูกไร่เรา ยังมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการครองชีพ เมื่อเราลงมือทำจริง ๆ ถึงได้รู้ว่า รายได้หลักของเส้นทางกาแฟอยู่ที่คนขายกาแฟสด หรือ ร้านกาแฟ    เนื่องจากการจะพัฒนาให้เกษตรกรผันตัวเองมาเป็นผู้แปรรูปและผู้ขายกาแฟสด ดูจะเป็นสิ่งท้าทายมาก 

3 ขั้น สู่กาแฟเงินล้าน
  • ขั้นที่ 1 : จำหน่ายเมล็ดสด เกษตรกรที่ไร่จะปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า 1 ไร่ ซึ่งจะให้ผลผลิตรวม 3,000 กก. โดยที่เราจะต้องปรับสูตรดิน สูตรปุ๋ยและตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้กาแฟได้ผลผลิตสูง ส่วนราคารับซื้อเราจะให้ราคาสูงกล่าวตลาด 3-4 บาท/กก. จะมีกำไรเฉลี่ย 40,000 บาท/ไร่ 
  • ขั้นที่ 2 : จำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่ว มาสู่การแปรรูปกาแฟ เริ่มจากกะเทาะเปลือก เป็นสารกาแฟ และการคั่วตามสูตร จากผลผลิต 3,000 กก. เมื่อคั่วแล้วจะเหลือแค่ 500 กก. ซึ่งส่วนนี้ เราจะนำไปบรรจุถุงขาย ทั้งกาแฟสำเร็จรูปและเม็ดกาแฟคั่ว ซึ่งจะมีกำไรเฉลี่ย 275,000 บาท/ไร่
  • ขั้นที่ 3 : เปิดร้านขายกาแฟสด การก้าวมาสู่เปิดร้านกาแฟ ถือเป็นความท้าทาย กาแฟคั่ว 500 กก. เราสามารถชงเป็นกาแฟสดได้ 33,000 แก้ว/ปี แค่ขายแก้วละ 40 บาท ก็สามารถสร้างรายได้กว่า 1,330,000 บาท เมื่อหักต้นทุนแล้วจะมีกำไรเฉลี่ย 1,000,000 – 1,200,000 ล้านบาท/ไร่
กำไรแบ่งปัน : ตอบโจทย์ทุกคน

 การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ต้องเติบโตและมีความใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม เรามีลูกไร่กาแฟที่เข้าร่วมโครงการฯ กว่า 100 ไร่ ผ่านการรับรองมาตรฐาน ThaiGAP มีความปลอดภัยและตรวจสอบกลับได้      เมื่อสร้างเป็นธุรกิจและมีกำไร เราจึงแบ่งปันกำไร 10-20 % คืนสู่เกษตร ทำให้เขามีรายได้เพิ่มกว่า 250,000 บาท/ไร่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการฯ